เรียนภาษาอังกฤษจากเพลง : Taylor Swift – Begin Again

เพลงนี้ก็คิดว่าเป็นอีกเพลงนึง ที่สามารถเรียนรู้ภาษาอังกฤษได้ดี เพราะมีเรื่อง Tense ที่คิดว่าน่าสนใจ นั่นก็คือ Perfect Continuous นั่นเอง
สำหรับเพลงนี้จะสรุปแยกระหว่างคำศัพท์น่าสนใจ และไวยากรณ์ให้เลยนะ เพราะที่น่าเจาะลึกมีไม่เยอะ

เอาเนื้อเพลงไปอ่านก่อน http://www.aelitaxtranslate.com/2012/09/taylor-swift-begin-again.html

คำศัพท์ในเพลงนี้ไม่ค่อยยากเท่าไหร่นัก อาจจะมีน้อยหน่อยนะ

Take a deep breath (v.) = สูดหายใจลึกๆ
High heels (n.) = รองเท้าส้นสูง
Expect (v.) = คาดหวัง
Throw head back laughing (v.) = เงยหน้าหัวเราะ (ตลกมากจนต้องเงยหน้าหัวเราะออกมา)
Strange (adj.) = ประหลาด
Break, burn, end = ทั้ง 3 คำเป็นคำที่สื่อถึงการสิ้นสุดลง ตั้งแต่ break คือการที่ความสัมพันธ์แตกหักจากกัน burn คือการเผาไหม้ เผาจนความสัมพันธ์พังทลายไป และสุดท้ายคือ end ก็ตรงตัวที่จบลง
Come off (v.) = แสดงออกมา, ปรากฏออกมา ในประโยคคือคำว่า Coming off a little shy แปลว่าแสดงความอายออกมา
Bring …. up (v.) = ยกเรื่องใดๆก็ตามขึ้นมาพูด ในที่นี้คือหมายถึง Bring him up = ยกเรื่องของเขาขึ้นมาพูด

ต่อกันที่แกรมมาร์ เพลงนี้ก็ไม่ยากเท่าไหร่นัก

– Took a deep breath in the mirror
He didn’t like it when I wore high heels, but I do
Turned the lock and put my headphones on
He always said he didn’t get this song but I do, I do
Walked in expecting you’d be late
But you got here early

ทั้งท่อนนี้เป็นการพูดถึงอดีตทั้งหมด ดูได้จากกริยาที่เป็นช่อง 2 ทั้งหมดตั้งแต่
Took = Take ช่อง 2
Did = Do/does ช่อง 2
Wore = Wear ช่อง 2
Turned = Turn ช่อง 2
Put ทุกช่องเหมือนกันหมด
Said = Say ช่อง 2
Walked = Walk ช่อง 2
Got = Get ช่อง 2

สังเกตตรงที่ Didn’t get เพราะมีการเอา Verb to do มาช่วยในการเปลี่ยนให้เป็นประโยคปฏิเสธแล้ว กริยาหลักจึงต้องคืนรูปเดิม
ส่วนคำว่า Get this song ก็ไม่ได้แปลว่า ได้เพลงนี้มา แต่แปลว่า เข้าใจ แบบ.. เก็ตปะ?

– เมื่อเริ่มท่อน And you stand and wait ก็จะเห็นว่าเป็นปัจจุบันแล้ว

– It’s strange, I’m funny อันนี้จริงๆก็ไม่ใช่แกรมมาร์เรื่องยากอะไร แค่คำว่า Strange และ Funny นั้นเป็นคำคุณศัพท์ (Adj.) จะต้องวางไว้หน้าคำนาม เพื่อขยายคำนาม หรือตามหลัง Verb to be และ linking verb ทั้งหลาย เพื่อขยายประธาน
ที่อยากจะบอกคือ… It strange และ I funny เฉยๆไม่ได้ ต้องเป็น It is strange และ I am funny ถึงจะถูกหลัก

– I’ve been spending the last 8 months thinking all love ever does
อันนี้เป็นโครงสร้างประโยค Present Perfect Continuous Tense
ดูจากรูปประโยค have + been + spending
(Verb to have + Been + V-ing)

ถ้าใครจำคราวก่อนที่สอนไปในเพลง Blank Space ได้ การใช้ Perfect Tense นั้นจะหมายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงจุดจุดหนึ่ง
ถ้า Present Perfect Tense ก็คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ส่วน Perfect Continuous เนี่ย จริงๆแล้วความหมายใกล้เคียงกันเลย แต่แตกกันตรงที่
เป็นเหตุการณ์ที่ “เกิดขึ้นตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน แต่เป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องไม่มีหยุด

ต่างกันแค่ตรงนี้แหละ ตรงที่เป็นเหตุการณ์ที่กระทำต่อเนื่องไม่มีหยุด ซึ่งในประโยคนี้ การกระทำมันคือการ Spending the last 8 months หรือการ “ใช้เวลา” ดังนั้นการใช้เวลา มันก็ควรจะเป็นสิ่งที่กระทำอยู่ตลอดใช่มะ
ก็เลยใช้เป็น Perfect Continuous และตัวเทย์เอง เล่าเรื่องนี้ในมุมมองของปัจจุบัน จึงใช้เป็น Present Perfect Continuous นั่นเอง

ควรจะใช้ Perfect Continuous เวลาไหนบ้าง?
ดูที่เจตนา และกริยาที่ใช้เนอะ อย่างเช่น Sleep (นอน) เราก็คงนอนติดๆกัน ไม่มีหยุด
I have been sleeping until now. ฉันนอนหลับมาตลอด จนถึงตอนนี้

ส่วน Perfect จะใช้ในกรณีที่ เราทำแบบ ทำๆหยุดๆก็ได้ หรือเป็นประสบการณ์ที่อยากเล่าเฉยๆก็พอ
I have spent my money on new games. ฉันใช้เงินของฉันหมดไปกับเกมใหม่ๆหลายเกมแล้ว

ถ้าถามว่าเราจำเป็นต้องใช้ Tense ยากๆพวกนี้มั้ย บอกเลยว่าไม่จำเป็น แต่ถ้าเราใช้ มันจะช่วย “เน้นย้ำ” ความหมายที่เราต้องการจะสื่อได้ง่ายขึ้น เท่านั้นเองจ้า