Final Fantasy XIV – Shadowbringers

For whom weeps the storm,
Her tears on our skin
The days of our years gone,
Our souls soaked in sin
These memories ache with the weight of tomorrow

แด่ผู้ที่ร่ำไห้ออกมาเป็นพายุฝน
น้ำตาของเธอหยดลงบนผิวของเรา
วันเวลาของเรานั้นจากไปนานแสนนาน
และจิตวิญญาณของเรามันชุ่มไปด้วยบาป
ความทรงจำเหล่านี้มันเจ็บปวดไปด้วยภาระแห่งอนาคต

Who fights?
Who flies?
Who falls?

ใครจะสู้ล่ะ?
ใครจะโบนบินไป?
ใครจะล้มลง?

One brings shadow, one brings light
Two-toned echoes tumbling through time
Threescore wasted, ten cast aside
Four-fold knowing, no end in sight
One brings shadow, one brings light
One dark future no one survives
On their shadows, away we fly

คนนึงนำเอาความมืดมิดมา อีกคนเอาแสงสว่างมา
สองสีนี้มันดังก้องไปทั่วทุกกาลเวลา
60 ปีผ่านไปเปล่า ๆ และอีก 10 ปีที่ถูกลืมเลือนไป
อีก 4 เท่าที่รับรู้ ไม่มีจุดจบเสียที
คนนึงนำเอาความมืดมิดมา อีกคนเอาแสงสว่างมา
อนาคตมืดหม่น ที่ไร้ซึ่งผู้รอดชีวิต
เราจะโบยบินไปบนเงามืดนั้น

The road that we walk
Is lost in the flood
Here proud angels bathe in
Their wages of blood
At this, the world’s end, do we cast off tomorrow

เส้นทางที่เราเดินนั้น
สูญหายไปท่ามกลางการท่วมแห่งแสง
ที่แห่งนี้ เหล่านางฟ้านั้นถูกอาบไปด้วย
เลือดแห่งสงคราม
ณ ปลายทางของโลกใบนี้ เราจะทิ้งวันพรุ่งนี้ไป

One brings shadow, one brings light
To this riddle all souls are tied
Brief our moments, brazen and bright
Forged in fury, tempered in ice
Hindmost devils, early to rise
Sing come twilight, sleep when they die
Heaven’s banquet leavened with lies
Sating honor, envy, and pride
One brings shadow, one brings light
Run from the light

คนนึงนำเอาความมืดมิดมา อีกคนเอาแสงสว่างมา
สู่ปริศนานี้ จิตวิญญาณทุกดวงถูกผูกมัดเอาไว้
ช่วงเวลาสั้น ๆ ของพวกเรา มันเปล่งประกายและลุกโชน
ถูกหลอมด้วยความพิโรธ และบรรเทาลงด้วยน้ำแข็ง
ปีศาจร้ายที่อยู่เบื้องหลัง พร้อมที่จะลุกขึ้นมาแล้ว
ร้องเพลงเรียกหายามเย็น นอนหลับลงเมื่อพวกเขาตายไป
งานเลี้ยงแห่งสวรรค์นั้นลอยขึ้นไปด้วยคำโกหก
อิ่มหนำไปด้วยเกียรติยศ ความอิจฉา และทิฐิ
คนนึงนำเอาความมืดมิดมา อีกคนเอาแสงสว่างมา
วิ่งหนีจากแสงสว่างไป

Authors of our fates
Orchestrate our fall from grace
Poorest players on the stage
Our defiance drives us straight to the edge
A reflection in the glass
Recollections of our past
Swift as darkness, cold as ash
Far beyond this dream of paradise lost

ผู้กำหนดชะตาลิขิตของเรา
ได้รังสรรให้เราสูญสิ้นความดีงาม
นักแสดงที่น่าเศร้าที่สุดบนเวที
การท้าทายของเรามันทำให้เราต้องถอยไปไกลสุดขอบ
เงาสะท้อนในกระจก
ภาพความทรงจำในอดีต
รวดเร็วเหมือนความมืดมิด เย็นยะเยือกเหมือนขี้เถ้า
ไกลเกินความฝันแห่งดินแดนสวรรค์ที่สูญหาย

Home
Riding home
Dying hope
Hold onto hope… Ohhh…
Home
Riding home
Home, riding home
Hope, finding hope… Ohhh…

บ้าน
มุ่งตรงกลับบ้าน
ความหวังที่กำลังสูญสลาย
ยึดเหนี่ยวกับความหวังนั้นไว้
บ้าน
มุ่งตรงกลับบ้าน
บ้าน มุ่งตรงกลับบ้าน
ความหวัง หวังว่าจะได้เจอความหวัง

One brings shadow, one brings light
One more chapter we’ve yet to write
Want for nothing, nothing denied
Wand’ring ended, futures aligned
One brings shadow, one brings light
One brings shadow, one brings light
You are the light

คนนึงนำเอาความมืดมิดมา อีกคนเอาแสงสว่างมา 
อีกหนึ่งบทของเรื่องราวที่เรายังไม่ได้เขียน 
ไม่ต้องการสิ่งใดแล้ว ไม่ปฏิเสธอะไรเลย 
การร่อนเร่สิ้นสุดลง อนาคตเข้าที่เข้าทาง 
คนนึงนำเอาความมืดมิดมา อีกคนเอาแสงสว่างมา
คนนึงนำเอาความมืดมิดมา อีกคนเอาแสงสว่างมา
เธอคึอแสงสว่างนะ

We fall
We fall
We fall
We fall unto the end
One world’s end
Our world’s end
Our end
We won’t end
I am shadow, I am the light

เราร่วงหล่น
เราร่วงหล่น
เราร่วงหล่น
สู่จุดจบ
โลกใบหนึ่งสูญสิ้น
โลกเราก็จะสูญสิ้นไปด้วย
จุดจบของเรา
เราจะไม่ยอมแพ้
ฉันคือเงามืด และฉันก็คือแสงสว่าง