androp – Memento Mori feat. Aimer

สำหรับคำว่า Memento mori (อ่านว่า มาเมนโต มอรี่) เป็นภาษาละติน ที่แปลว่าของดูต่างหน้า พอเป็นภาษาอังกฤษก็เหลือแค่ Memento เฉยๆ
เพลงนี้เป็นการร่วมงานกันครั้งแรกของ androp กับ Aimer ด้วยนะ เป็นเพลงที่ยาวมากกกก 8 นาที แต่ก็เพราะมากๆเลย ลองฟังกันดู

(時は流れて)
時は流れない
(雪は溶けた)
一面に咲くレンゲソウ
あなたの匂いがしたんだ

(toki wa nagarete)
toki wa nagarenai
(yuki wa toketa)
ichimen ni saku rengesou
anata no nioi ga shitan da

(เวลามันเดินไป)
เวลามันไม่หมุนต่อไป
(หิมะละลายไปหมดแล้ว)
ดอกเรงเกะโซวที่บานเพียงด้านเดียว
มันส่งกลิ่นของเธอออกมา

(一人きりは嫌い)
一人がいい
(優しい春に)
暗闇の中歩いて
ただ あなたはいなくなった

(hitori kiri wa kirai)
hitori ga ii
(yasashii haru ni)
kurayami no naka aruite
tada anata wa inakunatta

(ฉันเกลียดการอยู่ตัวคนเดียว)
อยู่คนเดียวก็ดีแล้วล่ะ
(ในฤดูใบไม้ผลิอันแสนอ่อนโยน)
เดินตัวคนเดียวท่ามกลางความมืด
ก็แค่ไม่มีเธออยู่เท่านั้นเอง

(夢が生まれて)
夢が消えた
(街に溶けた)
ねえ 過ぎ去った夏の終わりに
中身の無い入れ物みたい

(yume ga umarete)
yume ga kieta
(machi ni toketa)
nee sugisatta natsu no owari ni
nakami no nai iremono mitai

(ความฝันได้เกิดขึ้นมา)
ความฝันได้จางหายไป
(ละลายหายไปในเมือง)
นี่ จุดจบของฤดูร้อนที่ผ่านพ้นไป
มันเหมือนกล่องอันว่างเปล่า

(求めていたのは)
求めたのは
あなた
(あなた)

(motomete ita no wa)
motometa no wa
anata
(anata)

(สิ่งที่อยากจะถาม)
สิ่งที่อยากจะถาม
คือเธอ
(คือเธอ)

慣れ過ぎた嘘をついて
(見え透いた嘘をついて)
また 離れてく 離れてく
(離れてく 離れてく)
凍えたまま冬が来て
(凍えたまま冬が来て)
流れてく 流れてく
(流れてく 流れてく)

naresugita uso wo tsuite
(miesuita uso wo tsuite)
mata hanareteku hanareteku
(hanareteku hanareteku)
kogoeta mama fuyu ga kite
(kogoeta mama fuyu ga kite)
nagareteku nagareteku
(nagareteku nagareteku)

ฉันพูดคำโกหกที่เคยชินออกไป
(ฉันพูดคำโกหกที่มองออกได้ออกไป)
เราก็ยิ่งค่อยๆห่างกันออกไป
(ห่างกันออกไปเรื่อยๆ)
ยังคงหนาวเหน็บ และฤดูหนาวก็พัดผ่านมา
(ยังคงหนาวเหน็บ และฤดูหนาวก็พัดผ่านมา)
เวลาเดินต่อไป
(เวลาเดินต่อไป)

季節は巡って
(季節は巡って)
雪が溶けた
(雪が溶けた)

kisetsu wa megutte
(kisetsu wa megutte)
yuki ga toketa
(yuki ga toketa)

ฤดูกาลผันเปลี่ยน
(ฤดูกาลผันเปลี่ยน)
หิมะละลายไปแล้ว
(หิมะละลายไปแล้ว)

一人きりは嫌いになったよ
(一人きりも好きになったよ)
望むことも
(望むことも)

hitori kiri wa kirai ni natta yo
(hitori kiri mo suki ni natta yo)
nozomu koto mo
(nozomu koto mo)

ฉันกลายเป็นเกลียดการอยู่ตัวคนเดียว
(ฉันกลายเป็นชอบอยู่ตัวคนเดียว)
และการคาดหวังก็เหมือนกัน
(และการคาดหวังก็เหมือนกัน)

比べられて比べた
(比べられて比べた)
生まれたこと恨んだ
(生まれたこと恨んだ)
それでも
(それでも)
もう一度だけ会いたいのはあなた
(もう一度だけ会いたいのはあなた)

kuraberarete kurabeta
(kuraberarete kurabeta)
umareta koto uranda
(umareta koto uranda)
soredemo
(soredemo)
mou ichido dake aitai no wa anata
(mou ichido dake aitai no wa anata)

เปรียบเทียบ และถูกเปรียบเทียบ
(เปรียบเทียบ และถูกเปรียบเทียบ)
ฉันเกลียดที่ฉันเกิดมาบนโลกนี้
(ฉันเกลียดที่ฉันเกิดมาบนโลกนี้)
แต่ถึงอย่างนั้น
(แต่ถึงอย่างนั้น)
คนที่ฉันอยากเจออีกสักครั้งก็คือเธอนะ
(คนที่ฉันอยากเจออีกสักครั้งก็คือเธอนะ)

二人で居たい
(色づき始めた秋に)
あなたと居たい
(思い出す 思い出す)
あなたとなら
(泣き続く明日が苦しそうに)
でも戻れない
消えそうな明日を繋いでるんだよ
息をして 息をして
(息をして 息をして)

futari de itai
(irodzuki hajimeta aki ni)
anata to itai
(omoidasu omoidasu)
anata to nara
(nakitsuzuku ashita ga kurushi sou ni)
demo modorenai
kiesou na ashita wo tsunaiderun da yo
iki wo shite iki wo shite
(iki wo shite iki wo shite)

อยากอยู่ด้วยกันสองคนอีกครั้ง
(ในฤดูใบไม้ร่วงที่เริ่มเปลี่ยนสี)
อยากจะอยู่กับเธอ
(จดจำมันได้)
ถ้าอยู่กับเธอแล้ว
(วันพรุ่งนี้คงจะมีแต่ต้องร้องไห้ต่อไป)
แต่เรากลับไปเป็นอย่างเดิมไม่ได้
ฉันเชื่อมต่อกับวันพรุ่งนี้ที่ดูเหมือนจะเลือนหายไป
และหายใจต่อไป
(หายใจต่อไป)

生きてるのが望み通りじゃなくても
(生きてるのが望み通りじゃなくても)
まだ涙拭いてよ
(まだ涙拭いてよ)
生きてるんだよ その命ちゃんと見してよ
(生きてるんだよ その命ちゃんと見してよ)
終わりならばいつか来るさ
(終わりならばいつか来るさ)
悲しみなど腐るほどある
(悲しみなど腐るほどある)
生きてくんだよ
(生きて 生きて)
どうせ消え去る前に
(どうせ消え去る前に)

ikiteru no ga nozomidoori ja nakute mo
(ikiteru no ga nozomidoori ja nakute mo)
mada namida fuite yo
(mada namida fuite yo)
ikiterun da yo sono inochi chanto mishite yo
(ikiterun da yo sono inochi chanto mishite yo)
owari naraba itsuka kuru sa
(owari naraba itsuka kuru sa)
kanashimi nado kusaru hodo aru
(kanashimi nado kusaru hodo aru)
ikitekun da yo
(ikite ikite)
douse kiesaru mae ni
(douse kiesaru mae ni)

ถึงแม้การมีชีวิตอยู่ มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิด
(ถึงแม้การมีชีวิตอยู่ มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิด)
ก็เช็ดน้ำตาเธออีกครั้งเถอะนะ
(ก็เช็ดน้ำตาเธออีกครั้งเถอะนะ)
ยังไงเธอก็มีชีวิตอยู่นะ ดูแลชีวิตนั้นให้ดีๆสิ
(ยังไงเธอก็มีชีวิตอยู่นะ ดูแลชีวิตนั้นให้ดีๆสิ)
จุดจบน่ะ ยังไงสักวันก็มาถึงอยู่แล้ว
(จุดจบน่ะ ยังไงสักวันก็มาถึงอยู่แล้ว)
ความโศกเศร้าน่ะ มันเลวร้ายได้ยิ่งกว่าที่คิดอีกนะ
(ความโศกเศร้าน่ะ มันเลวร้ายได้ยิ่งกว่าที่คิดอีกนะ)
แต่เธอก็ต้องใช้ชีวิตต่อไปนะ
(ใช้ชีวิตต่อไป)
ก่อนที่ยังไงสักวันหนึ่งเธอจะต้องเลือนหายไป
(ก่อนที่ยังไงสักวันหนึ่งเธอจะต้องเลือนหายไป)