Adele – Set Fire to The Rain

เพลงนี้ความหมายค่อนข้างลึกซึ้งนะครับ
เพราะงั้นอาจจะตีความกันได้คนละแบบ
ลองดูละกัน

บทเพลงก็เหมือนบทกลอน ตีความออกมาได้มากมาย
ขึ้นอยู่กับจินตนาการและอารมณ์คนฟัง 😀


I let it fall, my heart,
And as it fell, you rose to claim it
It was dark and I was over
Until you kissed my lips and you saved me

ฉันปล่อยให้หัวใจฉัน ร่วงหล่นลงไป
และตอนที่มันกำลังหล่นลงไปนั้น เธอก็ก้าวขึ้นมารับมันไว้
หนทางข้าางหน้ามันช่างมืดมน และฉันก็ยอมแพ้ไปแล้ว
จนกระทั่งเธอจูบริมฝีปากฉัน และช่วยฉันไว้

My hands, they’re strong
But my knees were far too weak
To stand in your arms
Without falling to your feet

มือของฉัน มันแข็งแรงดี
แต่เข่าของฉันมันทรุดลงไปแล้ว
ตอนที่อยู่ในอ้อมกอดของเธอ
ก็หยุดไม่ได้ที่จะล้มลงไปกองที่เท้าของเธอ

But there’s a side to you
That I never knew, never knew.
All the things you’d say
They were never true, never true,
And the games you play
You would always win, always win.

แต่มันกลับมีอีกด้านในตัวเธอ
ที่ฉันไม่เคยรู้ ไม่เคยได้รู้
ทุกๆสิ่งที่เธอเคยพูด
มันไม่เคยเป็นเรื่องจริง
ทุกๆแผนการที่เธอวาง
เธออยู่เหนือฉันเสมอ ชนะฉันเสมอมา

But I set fire to the rain,
Watched it pour as I touched your face,
Let it burned while I cried
‘Cause I heard it screaming out your name, your name!

ฉันจึงขอจุดไฟเผาสายฝนแห่งความทรงจำอันฉ่ำเย็นนี้
ปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมา ตอนที่ฉันลูบใบหน้าของเธอ
ให้มันเผาไหม้ไป ในระหว่างที่ฉันกำลังร้องไห้
เพราะฉันได้ยินมันกำลังร้องเรียกชื่อของเธออยู่

When I lay with you
I could stay there
Close my eyes
Feel you’re here forever
You and me together
Nothing gets better

ตอนที่ฉันนอนข้างเธอ
ฉันอยู่ตรงนั้นได้ตลอด
หลับตาลง
แล้วรู้สึกถึงเธออยู่ตลอดไป
เธอกับฉัน อยู่ด้วยกัน
ไม่มีอะไรดีกว่านี้อีกแล้ว

‘Cause there’s a side to you
That I never knew, never knew,
All the things you’d say,
They were never true, never true,
And the games you play
You would always win, always win.

แต่มันกลับมีอีกด้านในตัวเธอ
ที่ฉันไม่เคยรู้ ไม่เคยได้รู้
ทุกๆสิ่งที่เธอเคยพูด
มันไม่เคยเป็นเรื่องจริง
ทุกๆแผนการที่เธอวาง
เธออยู่เหนือฉันเสมอ ชนะฉันเสมอมา

But I set fire to the rain,
Watched it pour as I touched your face,
Let it burned while I cried
‘Cause I heard it screaming out your name, your name!

ฉันจึงขอจุดไฟเผาความเย็นชื่นจากสายฝนนี้
ปล่อยให้มันไหลออกมา ตอนที่ฉันลูบใบหน้าของเธอ
ให้มันเผาไหม้ไป ในระหว่างที่ฉันกำลังร้องไห้
เพราะฉันได้ยินมันกำลังร้องเรียกชื่อของเธออยู่

I set fire to the rain
And I threw us into the flames
Well, it felt something died
‘Cause I knew that that was the last time, the last time!

ฉันขอจุดไฟเผาความทรงจำแสนดีอันชื่นเย็นดั่งสายฝนเหล่านี้
และโยนความสัมพันธ์ของเราเข้ากองไฟอันลุกโชน
รู้สึกเหมือนบางสิ่งบางอย่างมันจะต้องตายไป
เพราะฉันรู้ว่านั่นเป็นครั้งสุดท้ายของเราแล้ว

Sometimes I wake up by the door,
That heart you caught, must be waiting for you
Even now when we’re already over
I can’t help myself from looking for you.

บางครั้งฉันตื่นขึ้นมาก็ยังคงมองไปที่ประตู
หัวใจดวงที่เธอกุมเอาไว้ มันยังคงเฝ้ารอเธอ
ถึงแม้ตอนนี้เราจะจบกันไปแล้ว
ฉันก็ยังคงเฝ้ามองหาเพียงเธอ

But I set fire to the rain,
Watched it pour as I touched your face,
Let it burned while I cried
‘Cause I heard it screaming out your name, your name!

ฉันจึงขอจุดไฟเผาความเย็นชื่นจากสายฝนนี้
ปล่อยให้มันไหลออกมา ตอนที่ฉันลูบใบหน้าของเธอ
ให้มันเผาไหม้ไป ในระหว่างที่ฝฉันกำลังร้องไห้
เพราะฉันได้ยินมันกำลังร้องเรียกชื่อของเธออยู่

I set fire to the rain
And I threw us into the flames
Well, it felt something died
‘Cause I knew that that was the last time, the last time!

ฉันขอจุดไฟเผาความทรงจำแสนดีอันชื่นเย็นดั่งสายฝนเหล่านี้
และโยนความสัมพันธ์ของเราเข้ากองไฟอันลุกโชน
รู้สึกเหมือนบางสิ่งบางอย่างมันจะต้องตายไป
เพราะฉันรู้ว่านั่นเป็นครั้งสุดท้ายของเราแล้ว

Let it burn
Let it burn
Let it burn 

เพลงนี้ก็เป็นอีกเพลงอกหักจากเจ๊คนนี้
(ไม่เคยมีเพลงสมหวังเลยยยย)
ตอนแรกก็งงว่าจุดไฟเผาฝนมันคืออะไร >.>
ไปอ่านเจอมาก็คือเผาความเย็นฉ่ำของสายฝนแห่งความทรงจำอันแสนดี
ที่เขาคนนั้นมอบให้เธอ
ถึงจะต้องเผาไหม้ไป แต่ก็ดีกว่าทนเจ็บปวดต่อไปครับ 
เบียร์คิดว่าอย่างนั้น
แปลเป็นสำนวนไทยก็คงตัดไฟแต่ต้นลมนี่เอง

หรือตีความได้อีกแบบก็คือ…
จุดไฟกลางสายฝนน่ะมันยาก แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องทำให้ได้ ครับ 😀

ดูเวอร์ชั่นสดกัน
เสียงไม่ต่างกับในอัลบั้มเลย
เก่งมากกกก

ลองมาฟังเวอร์ชั่นอื่นกันดูบ้าง

Beer

เจ้าของเว็บแปลเพลง AelitaXTranslate.com และเว็บไซต์ข่าวบันเทิง InterStarsUpdate.com

9 thoughts on “Adele – Set Fire to The Rain

  • October 1, 2011 at 2:10 pm
    Permalink

    สังเกตเหมือนกันค่ะ แต่ละเพลงของเจ๊แกมีแต่เพลงอกหัก
    แต่เพราะทุกเพลงเลย ชอบๆ ไม่เคยผิดหวังจริงๆ ขอบคุณสำหรับคำแปลค่ะ xD

  • October 16, 2011 at 4:27 am
    Permalink

    ยังคงงง กับสำนวนที่ว่า จุดไฟในสายฝน *0* 555

  • October 16, 2011 at 10:34 am
    Permalink

    ก็จุดไฟเผาความทรงจำที่ดีๆ เหมือนกับสายฝนที่ทำให้เรารู้สึกเย็นสดชื่นไงครับ

  • January 20, 2012 at 3:22 pm
    Permalink

    จริงๆ set fire to the rain คือเผาพลาญความเศร้านั้นแหละครับ คือให้ความเศร้ามันมลายหายไปต่างหาก แต่นึกออกไม๊ว่า จุดไฟกลางสายฝนมันคงไม่ติดหรอก แปลว่าจะadeleจะบอกกับเราว่า แม้มันจะยากสักแค่ไหนเธอก็จะทำครับ ^^

  • February 23, 2012 at 4:28 am
    Permalink

    มั่วป่าวคะ จุดไฟกลางสายฝน ง่ายเข้าใจ เหมือนกับคน ทำอะไร ก็ไม่มีทางสำเร็จน่ะ เพราะ แฟนเขา ยังมีอีกด้านที่เขายังไม่รู้ต่างหาก จะมาเผาความทรงจำที่ชุ่มฉ่ำไร มั่วแล้วคุณ

  • May 7, 2012 at 2:52 pm
    Permalink

    เพลง : Set fire to the rain
    ขับร้อง : Adele
    บรรยาย : oyo

    I let it fall, my heart, ณ ตอนนั้นเองตอนที่ฉันปล่อยให้หัวใจดวงนี้ทุกข์ระทมตกต่ำ พลันพอดีกับที่เธอก้าวย่างเข้ามาเหยียบโลกใบน้อยของฉันในบัดดล
    And as it fell you also claim it. กระทั่งเธอนั้นพรมจูบลงบนรอยริมฝีปากคู่นี้ ประหนึ่งเธอนั้นได้โอบอุ้มช่วยฉันไว้จากขุมนรก
    It was dark and I was over, Until you kissed my lips and you saved me. ทั้งๆที่เคยคิดว่ามืดมนอับจนหนทาง ทั้งๆที่รู้สึกว่าหมดสิ้นซึ่งทุกสิ่งอย่าง
    My hands they're strong, but my knees were far too weak, แม้มืออันแข็งแรงคู่นี้จะพยามเข็ดขืนฝืนเธอเท่าไหร่ก็ตามที แต่เข่าของฉันกลับอ่อนระทวยต้านทานไม่ไหว
    To stand in your arms without falling to your feet, การได้อยู่ภายในอ้อมกอดของเธอนั้นเล่นเอาฉันอ่อนระโหยโรยแรงแทบลงไปกองกับพื้น ณ ตอนนี้ใจดวงนี้ก็คงปลงใจไปกับเธอเสียแล้ว

    …(Chorus1)
    But there's a side to you that I never knew, never knew. ทว่ากลับมีตัวตนอีกด้านของเธอซึ่งไม่เคยจะเผยออกมาให้ใครได้รับรู้ จนแล้วจนรอดกลับโผล่หางแสดงธาตุแท้ของเธอให้ฉันได้รู้ซึ้งรู้เช่นเห็นชาติออกมาจนได้
    All the things you say that where never, never true, ทุกคำที่เธอเคยเอื้อนเอ่ยนั้นล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งลวงหลอก มันไม่เคยจริงแม้เพียงสักนิดแม้แต่สักครั้ง
    And the games you play, you would always win, always win. โธ่เอ๊ย.. ฉันมันโง่งมเองดันหลงไปเชื่อกับแผนที่เธอวาง กลอุบายที่ตบตาแนบเนียนตลอดมา ใช่สิเธอชนะแล้วนี่…

    (Chorus2)
    But I set fire to the rain, ถ้าเช่นนั้นแล้วสายสัมพันธ์ของเราจะยั่งยืนได้อย่างไร ถึงแม้หากฉันมีกำลังใจมีไฟลุกขึ้นสู้เพื่อทนยื้อยืดเราทั้งสองไว้ด้วยกัน หากแต่เธอกลับเข้ามาดับไฟนักสู้ในทรวงของฉันดับดิ้นครั้งแล้วครั้งเล่าเสียเอง เปรียบกับไฟที่ฉันก่อท่ามกลางสายฝนอันโปรยปรายหลั่งลงมาดับกองไฟนี้เสียทุกครา อย่างนั้นแล้วระหว่างเราสองคงไม่มีวันจะจีรังอยู่รอดเคียงคู่กันได้นานเท่านาน
    Watch it pour as I touched your face, ดังนั้นแล้วก็ปล่อยให้น้ำตามันหลั่งออกมาชำระล้างไฟราคะนี่ให้มอดดับไป ขณะที่ฉันทนสัมผัสใบหน้าของเธอเทิดหนา
    Let it burn while I cry, ให้ความเคียดแค้นนี้มันไหม้เป็นธุลีปลิวกระจายไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องเอ่ยชื่อเธออย่างเจ็บปวดแสนสาหัส
    Cause I heard it screaming out your name, your name! ให้ความโศกาอาดูรที่ฉันได้รับมันมลายหายไป ให้ฉันได้หลุดพ้นจากวังวนนี้สิ้นเสียที

    When I lay with you I could stay there, บางคราวความทรงจำของสองเรานั้นหวนคืนผุดขึ้นมาเป็นภาพที่เราเคยอิงแอบแนบชิดสนิทกัน ที่เคยรู้สึกว่าอบอุ่นปลอดภัย
    Close my eyes, feel you're here forever, จนดวงตาคู่นี้คลายกังวลผล็อยหลับได้อีกครา ทั้งที่นึกว่ารักครั้งนี้หนอจะอยู่กับฉันไปตราบชั่วนิรันดร์
    You and me together, nothing is better! จะมีเพียงเธอมีเพียงฉันอยู่ครองคู่กันไปตราบชั่วฟ้าดินสลาย ช่างเป็นความรู้สึกสุขสมดีกว่านี้คงไม่มีมาอีกแล้ว กระนั้นคงเป็นเพียงแค่วาดวิมานในอากาศมีแต่จะเลือนจางหายไปชั่วกาลไม่มีวันเป็นจริงได้อีก

    Chorus1 / Chorus2

    (Chorus3)…
    I set fire to the rain แต่ถึงจะฝืนตัดใจเช่นนั้นก็มิอาจละวางความเจ็บปวดจากการเลิกราครั้งนี้ก็หาไม่
    And I feel lost into the flames หากแต่ปล่อยไว้แบบนี้ก็รังแต่จะสูญเสีย คล้ายกับความรู้สึกที่ถูกเปลวไฟมันเผาผลาญร่างนี้เสียสิ้น
    And it felt something nice, แต่ก็ครั้นระคนกับความรู้สึกที่เบาใจลง ค่อยๆ ยกภูเขาออกจากอก
    Cause I knew that that was the last time, the last time! เพราะฉันได้เรียนรู้และเข้มแข็งขึ้นเป็นบทเรียนรู้ตัวแล้วว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะลิ้มลองกับรักอันเจ็บปวดรวดร้าวเช่นนี้อีก

    Sometimes I wake up by the door,หากแต่รักครั้งนี้ยากแท้จะหักห้ามใจ ยากสุดใจที่จะลืมเลือน บางคราฉันก็เผลอตื่นมาข้างประตู
    …gone…waiting for you. เฝ้ารอคอยแต่เธอหวังว่ารักของเราจะกลับมาดังเดิม… แต่เธอก็จากฉันไปแล้ว ลาลับ ไม่กลับมา…
    Even now when we're already over แม้ว่าถึงจุดนี้รักของเราจะแตกเป็นสองเสี่ยง เรากลายเป็นเส้นขนานที่ไม่มีวันมาบรรจบกันแล้วก็ตามที
    I can't help myself from looking for you. แต่ก็นะ… มันช่วยไม่ได้จริงๆ ที่ฉันจะอดใจไม่ไหวคอยเฝ้าชะเง้อมองหาแต่เธอๆ คนนั้น แอบหวังเล็กๆว่าคราใดหนาที่เธอจะกลับมาหาฉัน

    Chorus2 / Chorus3

Leave a Reply