Apr 18, 2015

Avril Lavigne - Fly



There's a light inside of all of us
It's never hiding, you just have to light it
It's the one thing that you gotta trust
It's like a diamond, you just have to find it
So if you ever feel like giving up
Yeah, just remember that

ในตัวเราทุกคนนั้นต่างมีแสงสว่างอยู่ทั้งนั้น
มันไม่เคยปิดบังตัวเองหรอก เธอแค่ต้องทำให้มันสว่างขึ้นมา
มันเป็นสิ่งหนึ่งที่เธอควรจะเชื่อนะ
เหมือนกับอัญมณี เธอต้องหามันให้พบ
หากเธอรู้สึกท้อ และอยากยอมแพ้
จำเอาไว้นะ

We were all meant to fly
Spread your wings across the universe
It's your time to
It's your time to shine
There's a light inside of all of us
Soon you'll find that
It's your time to fly
Your time to fly

เราทุกๆคนต่างมีสิทธิ์ที่จะโบยบินไป
กางปีกออก และบินไปให้ทั่วทั้งจักรวาลเลย
ถึงเวลาของเธอแล้ว
ถึงเวลาที่เธอจะได้เปล่งประกาย
ข้างในใจเราทุกๆคนนั้นมีแสงสว่างอยู่แล้วล่ะ
และอีกไม่นานเธอจะได้รู้ว่า
มันถึงเวลาแล้วที่เธอจะได้โบยบินไป
เวลาที่เธอจะได้โผบิน

A little help is all it ever takes
Somebody has to tell you it's worth fighting
A single step becomes a leap of faith
That's when you realize you started flying
So don't you ever say you're giving up
No, there's no looking back

การช่วยเหลือเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว
ใครสักคนต้องมาบอกเธอนะว่ามันคุ้มที่ต่อสู้ไป
ก้าวเดินก้าวเดียว กลับกลายเป็นการก้าวกระโดดแห่งศรัทธาอันยิ่งใหญ่
นั่นคือเวลาที่เธอได้รู้ตัวว่าเธอเริ่มโผบินออกไปแล้ว
อย่าได้พูดนะว่าเธอจะยอมแพ้แล้ว
ไม่ต้องมองย้อนกลับไปอีกแล้วล่ะ

We were all meant to fly
Spread your wings across the universe
It's your time to
It's your time to shine
There's a light inside of all of us
Soon you'll find that
It's your time to fly
Your time to fly

เราทุกๆคนต่างมีสิทธิ์ที่จะโบยบินไป
กางปีกออก และบินไปให้ทั่วทั้งจักรวาลเลย
ถึงเวลาของเธอแล้ว
ถึงเวลาที่เธอจะได้เปล่งประกาย
ข้างในใจเราทุกๆคนนั้นมีแสงสว่างอยู่แล้วล่ะ
และอีกไม่นานเธอจะได้รู้ว่า
มันถึงเวลาแล้วที่เธอจะได้โบยบินไป
เวลาที่เธอจะได้โผบิน

Just reach up
Don't give up
Until you've touched the sky
Just reach up
Don't give up
Until you've realized

เอื้อมมือออกไป
อย่ายอมแพ้นะ
จนกว่าเธอจะไปถึงฟากฟ้า
เอื้อมมือออกไป
อย่ายอมแพ้นะ
จนกว่าเธอจะรู้ตัว

That we were all meant to fly
Spread your wings across the universe
It's your time to
It's your time to shine
There's a light inside of all of us
Soon you'll find that
It's your time to fly, fly
It's you time to shine, shine
Soon you'll find that
It's your time to fly, fly
(Spread your wings across the universe)
It's your time to shine, shine
(There's a light inside of all of us)
Soon you'll find that
It's your time to fly

ว่าเราทุกๆคนต่างมีสิทธิ์ที่จะโบยบินไป
กางปีกออก และบินไปให้ทั่วทั้งจักรวาลเลย
ถึงเวลาของเธอแล้ว
ถึงเวลาที่เธอจะได้เปล่งประกาย
ข้างในใจเราทุกๆคนนั้นมีแสงสว่างอยู่แล้วล่ะ
และอีกไม่นานเธอจะได้รู้ว่า
มันถึงเวลาแล้วที่เธอจะได้โบยบินไป
เวลาที่เธอจะได้เปล่งประกาย
และอีกไม่นานเธอจะได้รู้ว่า
มันถึงเวลาแล้วที่เธอจะได้โบยบินไป
(ข้างในใจเราทุกๆคนนั้นมีแสงสว่างอยู่แล้วล่ะ)
เวลาที่เธอจะได้เปล่งประกาย
(ข้างในใจเราทุกๆคนนั้นมีแสงสว่างอยู่แล้วล่ะ)
และอีกไม่นานเธอจะได้รู้ว่า
มันถึงเวลาแล้วที่เธอจะได้โบยบินไป
Read More

Sabaton - Hearts Of Iron



See the Reich in flames
Try to save Berlin in vain
It's a road through death and pain
On the other shore, there's the end of the war

เห็นเยอรมันลุกเป็นไฟ
พยายามจะกอบกู้เบอร์ลินอย่างสิ้นหวัง
มันคือเส้นทางที่ต้องเผชิญกับทั้งความตายและความเจ็บปวด
และที่อีกฟากฝั่งหนึ่ง ก็คือจุดจบของสงคราม

Who could ever have believed,
Seems like nothing's been achieved
Just to walk a day, go all the way
The fronts are closing in
As the end is drawing near,
The 12th Army interfere
Open up a route, get people out,
It's forces spread out thin

ใครล่ะจะไปเชื่อ
มันเหมือนกับไม่เคยมีอะไรที่ไขว่คว้ามาได้เลย
เพียงแค่เดินไปวันๆ เดินไปตามทาง
แนวหน้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ
เมื่อจุดจบกำลังจะมาเยือน
ทหารหน่วยที่ 12 ก็เข้ามาแทรกแทรง
เปิดเส้นทาง และพาผู้คนออกไได้
กองกำลังได้ลดจำนานลง

It's the end of the war
(Hold the corridor!)
Reach for Elbe's shore!

มันคือจุดจบของสงคราม
(คุ้มกันทางเดินเอาไว้!)
ไปให้ถึงชายฝั่งของ Elbe !

It's the end, the war has been lost
Keeping them safe 'til the river's been crossed
Nicht ein Schlacht, ein Rettungsaktion
Holding their ground 'til the final platoon
„Hurry up, we're waiting for you“
Men of the 9th and civilians too!
Dispossesed, surrendering to the West

มันคือจุดจบแล้ว สงครามนี้ได้พ่ายแพ้ไปแล้ว
คอยคุ้มกันให้พวกเขาปลอดภัยจนกว่าจะข้ามแม่น้ำไปได้
ไม่ใช่การต่อสู้ แต่เป็นการช่วยเหลือ
ยึดพื้นที่เอาไว้จนกว่าจะครบกลุ่มสุดท้าย
"เร็วเข้า เรากำลังรอพวกนายอยู่นะ"
เหล่าทหารของหน่วยที่ 9 และประชาชนก็ด้วย!
ยึดทรัพย์ และพ่ายแพ้ต่อตะวันตก

Who'll survive and who will die?
Up to Kriegslück to decide
Those who made it cross without a loss
Have reason to reflect
It is not about Berlin, it is not about the Reich
It's about the men, who fought for them,
What peace can they expect?

ใครจะอยู่รอด และใครจะจบชีวิตลง?
ขอให้ขึ้นอยู่กับโชคชะตาบนสนามรบละกันนะ
ใครที่ผ่านไปได้โดยปราศจากซึ่งการสูญเสีย
มีเหตุผลที่จะสะท้อนมันออกมา
มันไม่เกี่ยวกับเบอร์ลิน ไม่เกี่ยวกับอาณาจักรเยอรมัน
มันคือเรื่องของผู้คน ที่ต่อสู้เพื่อประเทศ
แล้วเสรีภาพแบบไหนที่พวกเขาคาดหวังไว้ล่ะ?

See the city burn on the other side
Going down in flames as two worlds collide
Who can now look back with a sense of pride?
On the other shore, there's the end of the war...

มองดูเมืองลุกเป็นไฟอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่ง
มลายหายไปกับกองเพลิงเมื่อโลกทั้งสองบรรจบเข้าหากัน
ใครล่ะจะมองย้อนกลับไปด้วยความภูมิใจได้?
และที่อีกฟากฝั่งหนึ่ง ก็คือจุดจบของสงคราม
Read More

Apr 17, 2015

Nicola Roberts - Lucky Day



[2x]
Could it my, could it be my,
Could it be my lucky day?

หรือนี่จะเป็น...
หรือนี่จะเป็นวันดวงดีของฉัน?

I like a phone call,
I like to hear something like this.
Woah, woah, woah, woah.
A conversation,
That maybe leads into a kiss (aha)
Mwoah, mwoah, mwoah, mwoah.

ฉันชอบคุยโทรศัพท์นะ
ฉันชอบได้ยินอะไรแบบนี้
บทสนทนา
ที่อาจจะนำพาสู่การจูบกัน

Aah, say that you love me,
Say that you need me too.
Best you ever had.
It could be so easy,
For you to please me, baby.
So how come you tease me?

พูดสิว่าเธอรักฉัน
บอกว่าเธอต้องการฉันเหมือนกัน
และฉันเป็นคนที่ดีที่สุดที่เธอเคยเจอมา
มันง่ายนะ
ที่เธอจะเอาใจฉัน ที่รัก
แล้วทำไมเธอถึงมาแกล้งฉันล่ะ?

You told me so what do you say?
Are you gonna take this golden opportunity?
Won't you give it to me, because you've got what I want.
Maybe it's my lucky day.

เธอบอกฉันแล้ว เธอจะว่าไงล่ะ?
เธอจะคว้าโอกาสทองนี้ไปมั้ย?
จะไม่มามอบความรักให้ฉันหรอ เพราะเธอก็มีสิ่งที่ฉันต้องการอยู่นะ
บางทีมันอาจจะเป็นวันดวงดีของฉันก็ได้

Just like the first spark,
And watch the fireworks explode.
Boom, boom, baby.
You've got a fast car,
So why the hell we driving slow?
Zoom, zoom, zoom to me.

เหมือนดั่งประกายไฟครั้งแรก
และมองดูพลุนั้นระเบิดออก
บูม บูม เบบี้
เธอมีรถซิ่ง
แล้วทำไมเราถึงขับกันช้าจังล่ะ
ซิ่งมาหาฉันเลย

Kisses on my pillow,
I've hundreds of those though
I want something more.
So congratulations,
It's not the occasion they went.
I get my way.

จูบบนหมอนของฉัน
ฉันมีเยอะแล้วล่ะ
ฉันต้องการมากกว่านั้น
ยินดีด้วยนะ
ที่ไม่ใช่เหตุการณ์พาไป
ฉันมีทางของฉันแล้ว

You told me so what do you say?
Are you gonna take this golden opportunity?
Won't you give it to me, because you've got what I want.
Maybe it's my lucky day.

เธอบอกฉันแล้ว เธอจะว่าไงล่ะ?
เธอจะคว้าโอกาสทองนี้ไปมั้ย?
จะไม่มามอบความรักให้ฉันหรอ เพราะเธอก็มีสิ่งที่ฉันต้องการอยู่นะ
บางทีมันอาจจะเป็นวันดวงดีของฉันก็ได้

Uhu, ow.
Gonna be my lu-uh-uh-uh
My lucky da-ay, my lucky day.
What do you say?
Are you gonna take this golden opportunity?
Just give it to me, because you've got what I want.
Maybe it's my lucky day, my, my lucky day.

ต้องเป็น...
วันที่ฉันโชคดีแน่ๆ
เธอว่าไงล่ะ?
เธอจะคว้าโอกาสทองนี้ไปมั้ย?
จะไม่มามอบความรักให้ฉันหรอ เพราะเธอก็มีสิ่งที่ฉันต้องการอยู่นะ
บางทีมันอาจจะเป็นวันดวงดีของฉันก็ได้

[3x]
Could it my, could it be my,
Could it be my lucky day (day, day, day, maybe it's my lucky day)?

หรือนี่จะเป็น...
หรือนี่จะเป็นวันดวงดีของฉัน?

You told me so what do you say?
Are you gonna take this golden opportunity?
Won't you give it to me, because you've got what I want.
Maybe it's my lucky day.
My day, day, day,
Maybe it's my lucky day.
Maybe it's my lucky day.
Maybe it's my lucky day.

เธอบอกฉันแล้ว เธอจะว่าไงล่ะ?
เธอจะคว้าโอกาสทองนี้ไปมั้ย?
จะไม่มามอบความรักให้ฉันหรอ เพราะเธอก็มีสิ่งที่ฉันต้องการอยู่นะ
บางทีมันอาจจะเป็นวันดวงดีของฉันก็ได้
วันของฉัน
บางทีมันอาจจะเป็นวันดวงดีของฉันก็ได้
บางทีมันอาจจะเป็นวันดวงดีของฉันก็ได้
บางทีมันอาจจะเป็นวันดวงดีของฉันก็ได้
Read More

Rihanna - American Oxygen



Breathe out, breathe in
American oxygen
Every breath I breathe
Chasin' this American Dream
We sweat for a nickel and a dime
Turn it into an empire
Breathe in, this feeling
American, American oxygen

หายใจออก หายใจเข้า
ออกซิเจนแบบอเมริกัน
ทุกๆลมหายใจที่ฉันสูดเข้าไป
ระหว่างไล่ตามความฝันแบบชาวอเมริกันนี้
เราเสียเหงื่อไปเพื่อเงินเพียงเล็กน้อย
และก็เปลี่ยนให้มันกลายเป็นอาณาจักรในท้ายที่สุด
สูดหายใจเข้าไว้ ความรู้สึกนี้
ออกซิเจนแบบอเมริกัน

American oxygen
Breathe in, this feeling
American, American Oxygen

ออกซิเจนแบบอเมริกัน
สูดหายใจเข้าไว้ ความรู้สึกนี้
ออกซิเจนของชาวอเมริกัน

Oh say can you see, this is the American Dream
Young girl, hustlin'
On the other side of the ocean
You can be anything at all
In America, America
I say, can't see
Just close your eyes and breathe

พูดสิว่าเธอมองเห็นมันรึเปล่า นี่แหละคือความฝันแบบชาวอเมริกัน
เด็กสาวตัวน้อยๆเริ่มทำงานหาเงิน
อยู่อีกฟากฝั่งหนึ่งของมหาสมุทร
เธอจะเป็นอะไรก็ได้ทั้งนั้น
ในอเมริกาแห่งนี้
บอกแล้ว ไม่ต้องมองหรอกนะ
หลับตาลง และหายใจมันเข้าไปก็พอ

Breathe out, breathe in
American oxygen
Every breath I breathe
Chasin' this American Dream
We sweat for a nickel and a dime
Turn it into an empire
Breathe in, this feeling
American, American oxygen

หายใจออก หายใจเข้า
ออกซิเจนของชาวอเมริกัน
ทุกๆลมหายใจที่ฉันสูดเข้าไป
ระหว่างไล่ตามความฝันแบบชาวอเมริกันนี้
เราเสียเหงื่อไปเพื่อเงินเพียงเล็กน้อย
และก็เปลี่ยนให้มันกลายเป็นอาณาจักรในท้ายที่สุด
สูดหายใจเข้าไว้ ความรู้สึกนี้
ออกซิเจนของชาวอเมริกัน

American oxygen
Breathe in, this feeling
American, American Oxygen

ออกซิเจนแบบอเมริกัน
สูดหายใจเข้าไว้ ความรู้สึกนี้
ออกซิเจนของชาวอเมริกัน

Oh say can you see, this is the American Dream
Young boy, hustlin'
Tryna get the wheels in motion
But he can be anything at all
In America, America
I say, can't see
Just close your eyes and breathe

เห็นมั้ยว่านี่คือความฝันแบบอเมริกา
เด็กหนุ่มทำงานหาเงิน
เพื่อเก็บตังซื้อรถ
แต่เขาจะเป็นอะไรก็ได้ทั้งนั้น
ในอเมริกาแห่งนี้
บอกแล้ว ไม่ต้องมองหรอกนะ
หลับตาลง และหายใจมันเข้าไปก็พอ

Breathe out, breathe in
American oxygen
Every breath I breathe
Chasin' this American Dream
We sweat for a nickel and a dime
Turn it into an empire
Breathe in, this feeling
American, American oxygen

หายใจออก หายใจเข้า
ออกซิเจนของชาวอเมริกัน
ทุกๆลมหายใจที่ฉันสูดเข้าไป
ระหว่างไล่ตามความฝันแบบชาวอเมริกันนี้
เราเสียเหงื่อไปเพื่อเงินเพียงเล็กน้อย
และก็เปลี่ยนให้มันกลายเป็นอาณาจักรในท้ายที่สุด
สูดหายใจเข้าไว้ ความรู้สึกนี้
ออกซิเจนของชาวอเมริกัน

This is the new America
We are the new America

นี่คืออเมริกายุคใหม่
เราคืออเมริกายุคใหม่

Breathe out, breathe in
American oxygen
Every breath I breathe
Chasin' this American Dream
We sweat for a nickel and a dime
Turn it into an empire
Breathe in, this feeling
American, American oxygen

หายใจออก หายใจเข้า
ออกซิเจนของชาวอเมริกัน
ทุกๆลมหายใจที่ฉันสูดเข้าไป
ระหว่างไล่ตามความฝันแบบชาวอเมริกันนี้
เราเสียเหงื่อไปเพื่อเงินเพียงเล็กน้อย
และก็เปลี่ยนให้มันกลายเป็นอาณาจักรในท้ายที่สุด
สูดหายใจเข้าไว้ ความรู้สึกนี้
ออกซิเจนของชาวอเมริกัน

American oxygen
Breathe in, this feeling
American, American Oxygen

ออกซิเจนแบบอเมริกัน
สูดหายใจเข้าไว้ ความรู้สึกนี้
ออกซิเจนของชาวอเมริกัน

This is the new America
We are the new America

นี่คืออเมริกายุคใหม่
เราคืออเมริกายุคใหม่
Read More

Apr 16, 2015

Iron Maiden - The Number Of The Beast



Woe to you, Oh Earth and Sea
For the Devil sends the beast with wrath
Because he knows the time is short
Let him who hath understanding reckon the number of the beast
For it is a human number
Its number is Six hundred and sixty six

ช่างโชคร้ายเสียเหลือเกิน ผืนพิภพและท้องทะเลเอ๋ย
สำหรับที่เจ้าปีศาจได้ส่งอสูรร้ายมาด้วยความพิโรธ
เพราะเขารู้ว่าเวลานั้นแสนสั้น
ปล่อยให้เขาผู้สามารถหยั่งรู้ถึงการคำนวณตัวเลขแห่งอสูรได้
ถ้าหากเป็นเลขของมนุษย์แล้ว
นั่นก็คือเลข 666

I left alone, my mind was blank
I needed time to think to get the memories from my mind
What did I see? Can I believe that what I saw
That night was real and not just fantasy?
Just what I saw, in my old dreams, were they
Reflections of my warped mind staring back at me?
'Cos in my dream, it's always there, the evil face that twists my mind
And brings me to despair

ฉันอยู่ตัวคนเดียว สมองฉันมันโล่งไปหมด
ฉันต้องการเวลาเพื่อคิดทบทวนเอาความทรงจำออกมาจากเสมอง
ฉันได้เห็นอะไรนะ? ฉันจะเชื่อในสิ่งที่ฉันเห็นได้ไหม?
ค่ำคืนนั้นมันเป็นเรื่องจริงใช่มั้ย ไม่ใช่ความฝัน?
สิ่งที่ฉันเห็น ในความฝันเดิมๆ พวกมันคือ
ภาพสะท้อนของจิตใจอันบิดเบี้ยวของฉันที่มองกลับมาหาฉันรึเปล่านะ?
เพราะในฝันของฉัน มันอยู่ตรงนั้นเสมอ ใบหน้าอันชั่วร้ายที่ผันแปรจิตใจของฉัน
และดึงฉันสู่ความสิ้นหวัง

The night was black, was no use holding back
'Cos I just had to see was someone watching me
In the mist, dark figures move and twist
Was this all for real or some kind of hell?

ค่ำคืนนั้นมันแสนดำมืด ไม่มีทางต้านมันเอาไว้ได้
เพราะฉันต้องเห็นให้ได้ ว่ามีใครจ้องมองฉันอยู่ไหม
ในเมฆหมอกนั้น เงาสีดำทมิฬขยับอยู่อย่างบิดเบี้ยว
นี่มันคือเรื่องจริง หรือฉันกำลังเผชิญกับนรกอยู่นะ?

666 the number of the beast
Hell and fire was spawned to be released

666 คือเลขแห่งอสูรร้าย
นรกและเปลวไฟจะถูกปลดปล่อยออกมา

Torches blazed and sacred chants were praised
As they start to cry, hands held to the sky
In the night, the fires burning bright
The ritual has begun, Satan's work is done

คบไฟลุกโชน และบทสวดขลังๆได้ถูกขับขานออกมา
ในขณะที่พวกเขาเริ่มร่ำไห้ มือชูขึ้นฟ้า
ในยามราตรี เปลวไฟนั้นโชติช่วงชัชวาล
พิธีกรรมได้เริ่มต้นขึ้น งานของซาตานได้สิ้นสุดลงแล้ว

666 the number of the beast
Sacrifice is going on tonight

666 คือเลขแห่งอสูรร้าย
จะต้องมีผู้ถูกบูชายัญในราตรีนี้

This can't go on, I must inform the law
Can this still be real, or just some crazy dream?
But I feel drawn towards the evil chanting hordes
They seem to mesmerize, can't avoid their eyes

มันห้ามดำเนินต่อไปนะ ฉันจะไปแจ้งเจ้าหน้าที่
นี่เป็นเรื่องจริงรึเปล่า หรือเป็นแค่ฝัน?
แต่ฉันรู้สึกเหมือนถูกดึงดูดเข้าสู่ฝูงชนที่ขับขานบทสวดอันชั่วร้ายนั้น
มันช่างน่าตกตะลึง และฉันก็หลบสายตาจากพวกเขาไม่ได้

666 the number of the beast
666 the one for you and me

666 คือเลขแห่งอสูรร้าย
666 เพื่อเธอและฉัน

I'm coming back I will return
And I'll possess your body and I'll make you burn
I have the fire I have the force
I have the power to make my evil take its course

ข้าจะกลับมา จะหวนคืนมา
และข้าจะยึดร่างของเจ้า และทำให้เจ้าแผดเผาไป
ข้ามีเปลวไฟ มีพลัง
มีอำนาจที่จะทำให้ความชั่วร้ายนี้หาหนทางไปได้
Read More

Linkin Park - Hole



I would have sailed away
If I'd known that nothing would change
staring out my window sill
In my wasted prison cell

ฉันน่าจะล่องลอยหายไป
หากฉันรู้นะว่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย
ฉันมองออกไปผ่านหน้าต่าง
ในกรงขังอันรกร้างแห่งนี้

And I know what you want
And I know what you fear
As I cradle your loving
And watch you disappear

ฉันรู้ว่าเธอต้องการอะไร
ฉันรู้ว่าเธอกลัวอะไร
ในขณะที่ฉันโอบอุ้มความรักของเธอ
และมองดูเธอเลือนหายไป

And I feel your heartbeat
Pounding in my head
I like to control you
Cause I can't control myself
Myself

ฉันสัมผัสได้ถึงเสียงหัวใจของเธอ
เต้นอยู่ในหัวฉัน
ฉันชอบที่จะควบคุมเธอ
เพราะฉันควบคุมตัวเองไม่ได้
ตัวของฉันเอง

Rain,
Come my way
Mold my head
Like a ball of clay
Softly wither into my grave
Never to see, the sun again

สายฝน
โปรยปรายมาทางฉัน
ปั้นรูปหัวของฉัน
เหมือนเป็นลูกบอลที่ทำจากดิน
เหี่ยวเฉาลงอย่างนุ่มนวลลงในหลุมศพของฉัน
ไม่มีทางได้เห็นดวงตะวันอีกเลย

And I feel your heartbeat
Pounding in my head
I like to control you
Cause I can't control myself
Myself

ฉันสัมผัสได้ถึงเสียงหัวใจของเธอ
เต้นอยู่ในหัวฉัน
ฉันชอบที่จะควบคุมเธอ
เพราะฉันควบคุมตัวเองไม่ได้
ตัวของฉันเอง

All alone in a crowd by myself
So sorry,wish I could find a way
Back into your hole again
But I've become your enemy

อยู่ตัวคนเดียวท่ามกลางฝูงชนมากมาย
ขอโทษจริงๆ ฉันอยากให้ตัวเองหาทาง
กลับไปยังหลุมของเธอได้อีกครั้ง
แต่ฉันได้กลายมาเป็นศัตรูของเธอเสียแล้ว

And I feel your heartbeat
Pounding in my head
I like to control you
Cause I can't control myself
Myself

ฉันสัมผัสได้ถึงเสียงหัวใจของเธอ
เต้นอยู่ในหัวฉัน
ฉันชอบที่จะควบคุมเธอ
เพราะฉันควบคุมตัวเองไม่ได้
ตัวของฉันเอง

Hole

หลุม...
Read More

Apr 15, 2015

Bars and Melody - Stay Strong



There’s this girl I know, she feels unknown
Just wanna have attention, cries on her own
Got nobody to go to she feels so scared
Doesn’t wanna go to school, cries in her bed
She got a couple friends they think she’s okay
Inside the pain haunts her, day by day
She still hasn’t given up, she doesn’t see the point
She just wants happiness but emotions disappoint
She blames herself, it drives her mad
For every single little trouble that she’s ever had
The pain she endures you can see it through her shirt
Bearing the scars of society’s burns

มีผู้หญิงคนหนึ่งที่ฉันรู้จัก เธอรู้สึกเหมือนไร้ตัวตน
เธอแค่อยากให้มีคนสนใจเธอบ้าง เธอร้องไห้อยู่ตัวคนเดียว
ไม่มีใครให้หันเข้าหา และเธอก็รู้สึกหวาดกลัวเหลือเกิน
ไม่อยากไปโรงเรียนเลย ร้องไห้อยู่บนเตียงของเธอ
เธอมีเพื่อนอยู่ไม่กี่คน และพวกนั้นก็คิดว่าเธอไม่เห็นเป็นอะไร
แต่ในใจเธอนั้นความเจ็บปวดคอยหลอกหลอนอยู่ทุกๆวัน
เธอยังไม่ยอมแพ้หรอก เธอยังไม่ได้เห็นจุดมุ่งหมายของเธอ
เธอเพียงต้องการความสุข แต่อารมณ์มันทำให้เธอผิดหวัง
เธอโทษตัวเอง และมันก็ทำให้เธอแทบบ้า
สำหรับทุกๆปัญหาที่เธอเคยมี
ความเจ็บปวดที่เธอต้องฝืนทนมันมา คงสามารถมองทะลุเสื้อเธอไปเห็นได้เลย
เธอนั้นแบกรับเอาบาดแผลจากสังคมที่แผดเผาเธอเอาไว้

No more pain
No more tears
There’s no need to cry no more there’s nothing left to fear
No more pain
No more tears
You don’t need to lie no more cause’ now you know we’re here

ไม่ต้องเจ็บอีกต่อไปแล้วนะ
ไม่ต้องเสียน้ำตาอีกต่อไปแล้ว
เมื่อไม่มีอะไรที่ต้องหวาดกลัวอีกแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องร้องไห้อีก
ไม่ต้องเจ็บอีกต่อไปแล้วนะ
ไม่ต้องเสียน้ำตาอีกต่อไปแล้ว
เธอไม่จำเป็นต้องโกหกอีกแล้ว เพราะตอนนี้เธอรู้แล้วนะว่าพวกเราอยู่ตรงนี้แล้ว

She hides herself, no one hears her cries
If only you could see the world through her eyes
All she wanted, is one little friend
To stick by her til the very end
She didn’t ask for a lot, in fact nothing at all
Yeah she was still hit around and called a fool
She didn’t wanna fight
She just wanted some love
When she was lonely just one hug
And to feel like she was accepted
Instead of pushed around, left out and rejected
You gotta stay strong nothing lasts forever
You are never alone, we’ll do this together

เธอปิดบังตัวเอง ไม่ให้ใครได้ยินเสียงร้องไห้ของเธอ
หากเพียงแต่เราได้เห็นโลกผ่านสายตาของเธอ
สิ่งเดียวที่เธอต้องการ คือเพื่อนสักคนเท่านั้น
ที่จะคอยอยู่เคียงข้างเธอไปจนกว่าโลกนี้จะสูญสลาย
เธอไม่ได้ขออะไรมากมาย จริงๆแล้วมันไม่มากเลยสักนิด
เธอก็ยังคงถูกผลักไสไปมา และถูกเรียกว่าคนโง
เธอไม่อยากมีเรื่องกับใครหรอก
แค่ต้องการความรักเท่านั้น
ในยามเธอเหงาก็ขอแค่ใครสักคนให้กอด
ให้รู้สึกเหมือนว่ามีคนยอมรับเธอบ้าง
แทนที่จะถูกผลักไสไปมา ถูกทิ้งและปฏิเสธ
เธอต้องเข้มแข็งเข้าไว้นะ ไม่มีอะไรคงอยู่แบบนั้นไปตลอดหรอก
เธอไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวนะ เรามาสู้ไปด้วยกันดีกว่า

No more pain
No more tears
There’s no need to cry no more there’s nothing left to fear
No more pain
No more tears
You don’t need to lie no more cause now you know we’re here

ไม่ต้องเจ็บอีกต่อไปแล้วนะ
ไม่ต้องเสียน้ำตาอีกต่อไปแล้ว
เมื่อไม่มีอะไรที่ต้องหวาดกลัวอีกแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องร้องไห้อีก
ไม่ต้องเจ็บอีกต่อไปแล้วนะ
ไม่ต้องเสียน้ำตาอีกต่อไปแล้ว
เธอไม่จำเป็นต้องโกหกอีกแล้ว เพราะตอนนี้เธอรู้แล้วนะว่าพวกเราอยู่ตรงนี้แล้ว

She can’t take it no more
She’s taken enough
She’s been strong for so long but she ain’t that tough
Scared of letting go but no one seems to care
Scared to carry on cause’ there’s no one there
A frustrated girl, bearing the scars
Fighting her fears behind spiritual bars
One day this girl, I saw her face
She messed it with a smile (I could tell it was fake)
She broke down in tears, said I saved her life
Crying, she asked, “Can I be your wife?”
I answered, “Hey there girl, tell me what is wrong”
She told me everything so I dedicate this song

เธอทนไม่ไหวอีกแล้ว
เธอทนมามากพอแล้ว
และเธอก็ทำตัวเข้มแข็งมานานแสนนาน แต่เธอก็ไม่ได้แข็งแกร่งได้ขนาดนั้น
หวาดกลัวที่จะทิ้งทุกอย่างไป แต่กลับไม่มีใครแคร์เลย
กลัวที่จะก้าวเดินต่อไปเพราะไม่มีใครรออยู่เลย
สาวน้อยผู้สิ้นหวัง แบกรับบาดแผลเอาไว้
ต่อสู้กับความกลัว อยู่เบื้องหลังกรงแห่งจิตวิญญาณ
วันหนึ่งสาวน้อยคนนี้ ฉันได้เห็นหน้าเธอ
เธอยิ้มออกมา (ฉันดูออกเลยว่าเธอแสร้งทำ)
เธอร้องไห้ออกมา บอกว่าฉันช่วยชีวิตเธอไว้
ร้องไห้และถามว่า "ฉันขอเป็นภรรยาคุณได้มั้ย?"
ฉันตอบไปว่า "เป็นไงบ้าง บอกฉันทีได้มั้ยว่าเป็นอะไรมา"
เธอเลยบอกฉันทุกๆอย่าง ฉันจึงขอมอบเพลงนี้ให้กับเธอนะ

No more pain (don’t cry)
No more tears (no more tears running down your face)
There’s no need to cry no more there’s nothing left to fear (no more pain)
No more pain
No more tears
You don’t need to lie no more cause’ now you know we’re here

ไม่ต้องเจ็บอีกต่อไปแล้วนะ
ไม่ต้องเสียน้ำตาอีกต่อไปแล้ว
เมื่อไม่มีอะไรที่ต้องหวาดกลัวอีกแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องร้องไห้อีก
ไม่ต้องเจ็บอีกต่อไปแล้วนะ
ไม่ต้องเสียน้ำตาอีกต่อไปแล้ว
เธอไม่จำเป็นต้องโกหกอีกแล้ว เพราะตอนนี้เธอรู้แล้วนะว่าพวกเราอยู่ตรงนี้แล้ว
Read More

R5 - Let's Not Be Alone Tonight



Outside of the party where it’s gettin too loud
It feels like we’re the only ones alone in the crowd
Chat college and politics in time that we spend
You look back and you say you think you lost all your friends
And I’m hoping that it’s all my fault
Yea, I’m hoping that it’s all my fault

อยู่นอกงานปาร์ตี้ ที่มันเริ่มจะเสียงดังเกินไปหน่อย
รู้สึกเหมือนเราเป็นเพียงสองคนที่อยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางฝูงชน
คุยกันเรื่องวิทยาลัย และการเมืองทั้งหลายในช่วงเวลาที่เราได้มีร่วมกัน
เธอนึกย้อนกลับไป และเธอก็บอกว่าเธอคิดว่าเธอเสียเพื่อนๆไปหมดแล้ว
และฉันหวังว่าทั้งหมดนั่นจะเป็นความผิดของฉันคนเดียวนะ
ฉันกำลังหวังว่าทั้งหมดจะเป็นความผิดของฉัน

Hey, Let’s not be alone tonight
Hey, Let’s not be alone tonight
(You don’t have to be alone)
No it don't, no it don’t mean love
But it might, but it might be love
Hey, Let’s not be alone tonight
(You don’t have to be alone)

เฮ้ เราอย่าอยู่ตัวคนเดียวกันดีกว่านะคืนนี้
เฮ้ เราอย่าอยู่ตัวคนเดียวกันดีกว่านะคืนนี้
(เธอไม่จำเป็นต้องอยู่ตัวคนเดียวนะ)
มันอาจจะไม่ได้หมายถึงความรัก
แต่มันอาจจะเป็นความรักก็ได้
เฮ้ เราอย่าอยู่ตัวคนเดียวกันดีกว่านะคืนนี้
(เธอไม่จำเป็นต้องอยู่ตัวคนเดียวนะ)

Not wrong if you come on strong, cuz life is too short
I like how we get along like snow and New York
All good if you change your mind, you know where I stand
Look back and I say to you I lost all my friends
And I know you know it’s all your fault
Yeah, I know you know it’s all your fault

ไม่ผิดหรอกถ้าเธอจะทำอะไรรุนแรงไปหน่อย เพราะชีวิตนี้มันแสนสั้นไงล่ะ
ฉันชอบนะที่เราเข้ากันได้ดี เหมือนหิมะกับกรุงนิวยอร์ค
จะดีมากเลยหากเธอเปลี่ยนใจ เธอรู้ใช่มั้ยว่าฉันยืนอยู่ที่ใด
เมื่อมองย้อนกลับไป ฉันก็ได้พูดกับเธอว่าฉันเสียเพื่อนทุกๆคนไปแล้ว
ฉันรู้นะว่าเธอก็รู้ว่าเป็นความผิดของเธอ
ฉันรู้นะว่าเธอก็รู้ว่าเป็นความผิดของเธอ

Hey, Let’s not be alone tonight
Hey, Let’s not be alone tonight
(You don’t have to be alone)
No it don't, no it don’t mean love
But it might, but it might be love
Hey, Let’s not be alone tonight
(You don’t have to be alone)

เฮ้ เราอย่าอยู่ตัวคนเดียวกันดีกว่านะคืนนี้
เฮ้ เราอย่าอยู่ตัวคนเดียวกันดีกว่านะคืนนี้
(เธอไม่จำเป็นต้องอยู่ตัวคนเดียวนะ)
มันอาจจะไม่ได้หมายถึงความรัก
แต่มันอาจจะเป็นความรักก็ได้
เฮ้ เราอย่าอยู่ตัวคนเดียวกันดีกว่านะคืนนี้
(เธอไม่จำเป็นต้องอยู่ตัวคนเดียวนะ)

And I know it’s gotta be my fault
Yea, I know it’s gotta be my fault

มันต้องเป็นความผิดฉันแน่ๆ
มันต้องเป็นความผิดฉันแน่ๆ

And we might never feel the same
I’m just glad that you came
Am I right or is it all in my head?

เราอาจจะไม่รู้สึกเหมือนเดิมอีกเลยก็ได้นะ
ฉันดีใจจริงๆที่เธอมา
ฉันพูดถูกมั้ย หรือว่าฉันคิดไปเองคนเดียว?

Like Hey, Let’s not be alone tonight
(You don’t have to be alone)
Hey, Let’s not be alone tonight
(You don’t have to be alone)
Hey, no it don't, no it don’t mean love
But it might, but it might be love
Hey, lets not be alone tonight
(You don't have to be alone)

เฮ้ เราอย่าอยู่ตัวคนเดียวกันดีกว่านะคืนนี้
(เธอไม่จำเป็นต้องอยู่ตัวคนเดียวนะ)
เฮ้ เราอย่าอยู่ตัวคนเดียวกันดีกว่านะคืนนี้
(เธอไม่จำเป็นต้องอยู่ตัวคนเดียวนะ)
มันอาจจะไม่ได้หมายถึงความรัก
แต่มันอาจจะเป็นความรักก็ได้
เฮ้ เราอย่าอยู่ตัวคนเดียวกันดีกว่านะคืนนี้
(เธอไม่จำเป็นต้องอยู่ตัวคนเดียวนะ)

Hey, You don’t have to be alone tonight
Hey, You don’t have to be alone tonight
No it don’t, no it don’t mean love
But it might, but it might be love
Hey, Let’s not be alone tonight

เธอไม่จำเป็นต้องอยู่ตัวคนเดียวนะ
เธอไม่จำเป็นต้องอยู่ตัวคนเดียวนะ
มันอาจจะไม่ได้หมายถึงความรัก
แต่มันอาจจะเป็นความรักก็ได้
เฮ้ เราอย่าอยู่ตัวคนเดียวกันดีกว่านะคืนนี้
Read More
Powered by Blogger.